มาตรฐานหลัก ๆ ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมสกรู

ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
อัพเดทล่าสุด: 4 มิ.ย. 2026
3 ผู้เข้าชม
มาตรฐานหลัก ๆ ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมสกรู


ในการเลือกซื้อสกรู น็อต หรือสลักภัณฑ์ หลายคนอาจดูแค่ “ขนาด” หรือ “รูปร่าง” ของสินค้า แต่ในงานอุตสาหกรรมจริง ๆ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ มาตรฐานการผลิต

มาตรฐานเหล่านี้ช่วยกำหนดรายละเอียดของสินค้า เช่น ขนาด ความยาว ระบบเกลียว รูปทรงหัวสกรู ความแข็งแรง วัสดุ การชุบผิว และคุณสมบัติทางกล เพื่อให้สินค้าใช้งานได้ตรงตามสเปก และลดความผิดพลาดในการเลือกซื้อ

สำหรับงานสกรู น็อต และสลักภัณฑ์ มาตรฐานที่พบได้บ่อยมีหลายกลุ่ม โดยแต่ละมาตรฐานมีที่มาและการใช้งานแตกต่างกันไป

1. ISO (International Organization for Standardization)
ISO คือมาตรฐานระดับสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงงานสกรู น็อต และสลักภัณฑ์ โดย ISO มีคณะทำงานด้าน fasteners โดยตรง เช่น ISO/TC 2 และมีมาตรฐานที่เกี่ยวกับคุณสมบัติทางกลของสกรู โบลท์ และสตัด เช่น ISO 898-1 รวมถึงมาตรฐานกลุ่มสกรูหัวหกเหลี่ยม เช่น ISO 4014 และ ISO 4017 (ISO)

เหมาะกับงาน: งานอุตสาหกรรมทั่วไป งานเครื่องจักร งานส่งออก และงานที่ต้องการอ้างอิงมาตรฐานสากล
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: ISO 898, ISO 4014, ISO 4017

2. DIN (Deutsches Institut für Normung)
DIN คือมาตรฐานประเทศเยอรมนี มาจากองค์กร German Institute for Standardization เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่พบได้บ่อยมากในงานสกรู น็อต และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดย DIN ระบุว่า DIN Standards สามารถเป็นผลจากงานมาตรฐานในระดับประเทศ ยุโรป หรือสากลได้ (din)

เหมาะกับงาน: งานเครื่องจักร งานประกอบชิ้นส่วน งานอุตสาหกรรม และสินค้าที่อ้างอิงสเปกยุโรปหรือเยอรมัน
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: DIN 931, DIN 933, DIN 934, DIN 125

3. JIS (Japanese Industrial Standard)
JIS คือมาตรฐานอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น พบได้บ่อยในงานเครื่องจักร อะไหล่รถยนต์ งานโรงงาน และสินค้าญี่ปุ่น โดยในกลุ่ม Machine Elements มีมาตรฐานที่เกี่ยวกับสกรูและน็อต เช่น JIS B1180 สำหรับสลักเกลียว/สกรูหัวหกเหลี่ยม และ JIS B1181 สำหรับน็อตหกเหลี่ยม (jisc.go.jp)

เหมาะกับงาน: งานเครื่องจักรญี่ปุ่น อะไหล่รถยนต์ งานโรงงาน และงานที่ต้องอ้างอิงสเปกญี่ปุ่น
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: JIS B1180, JIS B1181

4. ANSI (American National Standards Institute)
ANSI คือ American National Standards Institute เป็นองค์กรที่ดูแลและประสานระบบมาตรฐานสมัครใจและการประเมินความสอดคล้องของสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นมาตรฐานสกรูเฉพาะตัวแบบเดียว แต่ชื่อ ANSI มักถูกอ้างถึงในงานมาตรฐานอเมริกา โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับระบบนิ้วและมาตรฐานร่วมกับองค์กรอื่น เช่น ASME (ansi.org)

เหมาะกับงาน: งานที่ใช้มาตรฐานอเมริกา งานระบบนิ้ว งานเครื่องจักรนำเข้า และงานที่อ้างอิงมาตรฐานสหรัฐฯ
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: ANSI/ASME B18

5. ASTM (American Society for Testing and Materials)
ASTM คือมาตรฐานจาก ASTM International ที่เน้นเรื่องคุณสมบัติ วัสดุ การทดสอบ และข้อกำหนดทางวิศวกรรม โดย ASTM ระบุว่ามาตรฐาน fastener ใช้ในการกำหนด ทดสอบ และประเมินคุณสมบัติด้านวัสดุ มิติ คุณสมบัติทางกล และโลหะวิทยาของสกรู น็อต โบลท์ สตัด แหวนรอง และ fasteners หลายประเภท (ASTM International | ASTM)

เหมาะกับงาน: งานโครงสร้าง งานเหล็ก งานที่ต้องการกำลังรับแรง งานแรงดึงสูง งานอุณหภูมิสูง และงานอุตสาหกรรมหนัก
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: ASTM A193, ASTM A194, ASTM A307, ASTM A354, ASTM F3125

6. ASME (American Society of Mechanical Engineers)
ASME คือมาตรฐานจาก American Society of Mechanical Engineers พบมากในงานเครื่องกล งานวิศวกรรม และงานสกรูน็อตระบบนิ้ว โดย ASME ระบุว่า B18 เป็นกลุ่มมาตรฐานสำหรับ bolts, nuts, rivets, screws, washers และ fasteners ที่คล้ายกัน ครอบคลุมข้อกำหนดด้านมิติ กายภาพ และสมรรถนะของสินค้า (asme.org)

เหมาะกับงาน: งานเครื่องกล งานโรงงาน งานประกอบชิ้นส่วน งานระบบนิ้ว และงานที่ต้องอ้างอิงสเปกอเมริกา
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: ASME B18.2.1, ASME B18.2.2, ASME B18.6.3, ASME B18.24

7. BSI (British Standards Institution)
BSI คือ British Standards Institution หรือหน่วยงานมาตรฐานของสหราชอาณาจักร ใช้กับงานที่อ้างอิงมาตรฐานอังกฤษ หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับระบบ British Standard โดย BSI ระบุว่าตนเป็น National Standards Body ของสหราชอาณาจักร และทำหน้าที่พัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานอังกฤษ (BSI)

เหมาะกับงาน: งานที่ใช้มาตรฐานอังกฤษ งานเครื่องจักรเก่า อะไหล่เฉพาะทาง และงานที่เกี่ยวข้องกับระบบ British Standard
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย: BS, BS EN, BSW, BSF

ทำไมมาตรฐานสกรูถึงสำคัญ?
มาตรฐานสกรูไม่ได้มีไว้เพื่อบอกชื่อสินค้าเท่านั้น แต่ช่วยให้ผู้ใช้งานรู้ว่าสินค้านั้นมีคุณสมบัติอย่างไร เช่น

  • ขนาดและความยาวตรงตามสเปกหรือไม่
  • ระบบเกลียวเป็นแบบใด
  • ความแข็งแรงหรือเกรดเหล็กเหมาะกับงานหรือไม่
  • ใช้วัสดุและการชุบผิวแบบใด
  • สามารถใช้ร่วมกับน็อตหรือแหวนรองที่มีมาตรฐานเดียวกันได้หรือไม่
  • เหมาะกับงานทั่วไป งานเครื่องจักร งานก่อสร้าง หรืองานอุตสาหกรรมหนักหรือไม่
  • ถ้าเลือกมาตรฐานผิด อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น ขันไม่เข้า เกลียวไม่ตรง รับแรงไม่ได้ ใช้แทนกันไม่ได้ หรือ
  • ทำให้งานล่าช้าเพราะต้องเปลี่ยนสินค้าใหม่

สรุป
มาตรฐานหลักที่ใช้กันในอุตสาหกรรมสกรู น็อต และสลักภัณฑ์มีหลายกลุ่ม เช่น ISO, DIN, JIS, ANSI, ASTM, ASME, BSI, SAE, EN และ มอก. แต่ละมาตรฐานมีที่มาและจุดเด่นต่างกัน บางมาตรฐานเน้นมิติสินค้า บางมาตรฐานเน้นวัสดุ บางมาตรฐานเน้นคุณสมบัติทางกล และบางมาตรฐานใช้เฉพาะในประเทศหรือภูมิภาค

ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อสกรูหรือน็อต ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าต้องใช้มาตรฐานใด ขนาดเท่าไร เกลียวแบบไหน วัสดุอะไร และต้องการการชุบผิวแบบใด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานจริง

บริษัท เอส.อาร์.อาร์ ฟาสเทนเนอร์ จำกัด (SRR Fastener) จำหน่ายสกรู น็อต แหวนรอง และสลักภัณฑ์หลากหลายประเภท สำหรับงานช่าง งานโรงงาน งานเครื่องจักร และงานอุตสาหกรรม หากไม่แน่ใจว่าสินค้าควรใช้มาตรฐานใด สามารถสอบถามเพื่อช่วยเทียบขนาดและแนะนำสินค้าให้เหมาะกับงานได้ครับ

Tel : 02-406-0780
Fax : 02-406-0781 ต่อ 2
Line OA : @srrfastener (มี@)
Email : srrfastener@gmail.com
TikTok : srr.fastener.official


ปกบทความเว็บไซต์.png
SRRFAST
บทความที่เกี่ยวข้อง
 พุก 8 ประเภทนิยมใช้ มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจะมองว่าพุกก็คือพุก แต่ความจริงแล้ว พุกมีหลายประเภทให้เลือกใ้ช้ตามลักษณะของพื้ผิว วัสดุ และน้ำหนักที่ต้องรับ หากเลือกผิด พุกอาจะหลุด หลวม หรือทำให้ชิ้นงานเสียหายได้
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
18 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy