คำศัพท์สกรู น็อต ที่ฝ่ายจัดซื้อต้องรู้

ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม
คำศัพท์สกรู น็อต ที่ฝ่ายจัดซื้อต้องรู้
 

ในการสั่งซื้อสกรู น็อต โบลท์ หรือสลักภัณฑ์สำหรับโรงงาน ฝ่ายจัดซื้อมักต้องประสานงานกับหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายช่าง ฝ่ายผลิต วิศวกร หรือซัพพลายเออร์ หากเข้าใจคำศัพท์และสเปกพื้นฐานไม่ตรงกัน อาจทำให้สั่งสินค้าผิดขนาด ผิดเกรด ผิดผิวชุบ หรือใช้งานร่วมกับชิ้นงานเดิมไม่ได้

โดยเฉพาะงานที่ต้องส่ง RFQ, PO, Drawing หรือ Sample การระบุข้อมูลให้ครบตั้งแต่แรกจะช่วยให้ร้านเสนอราคาได้เร็วขึ้น ตรวจสอบสินค้าได้แม่นยำขึ้น และลดโอกาสเกิดปัญหาหน้างาน

บทความนี้รวมคำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับสกรู น็อต โบลท์ ที่ฝ่ายจัดซื้อควรรู้ก่อนส่งขอราคา หรือก่อนสั่งซื้อสินค้าเข้าสต็อก


คำศัพท์ฝั่งเอกสารจัดซื้อที่ควรรู้
1. RFQ
RFQ ย่อมาจาก Request for Quotation หมายถึง เอกสารหรือข้อความสำหรับขอใบเสนอราคา ในการส่ง RFQ สำหรับสกรู น็อต หรือโบลท์ ควรแจ้งข้อมูลให้ครบ เช่น

  • ชื่อสินค้า
  • ขนาด
  • เกรด
  • วัสดุ
  • ผิวชุบ
  • จำนวน
  • Drawing หรือ Sample ถ้ามี
  • กำหนดส่งที่ต้องการ

ตัวอย่าง RFQ ที่ชัดเจน:
ต้องการขอราคาสกรูหัวจมหกเหลี่ยม M8 x 1.25 x 40 mm เกรด 12.9 รมดำ จำนวน 1,000 ตัว พร้อมแจ้ง Lead Time
RFQ ที่ข้อมูลครบ จะช่วยให้ซัพพลายเออร์เสนอราคาได้เร็วกว่า RFQ ที่แจ้งเพียงว่า “ต้องการสกรู M8”


2. PO
PO ย่อมาจาก Purchase Order หรือใบสั่งซื้อ เป็นเอกสารยืนยันการสั่งซื้อหลังจากตกลงราคาและเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว
ข้อมูลใน PO ควรตรงกับใบเสนอราคา เช่น

  • รายการสินค้า
  • ขนาดสินค้า
  • จำนวน
  • ราคา
  • เงื่อนไขการส่ง
  • ชื่อบริษัท
  • ที่อยู่จัดส่ง
  • เงื่อนไขการชำระเงิน

หาก PO ระบุสเปกไม่ตรงกับใบเสนอราคา อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายได้


3. MOQ
MOQ ย่อมาจาก Minimum Order Quantity หมายถึง จำนวนขั้นต่ำในการสั่งซื้อ
สินค้าบางรายการ โดยเฉพาะงานสั่งผลิต งานชุบพิเศษ หรือสินค้านำเข้า อาจมี MOQ เพราะต้องมีต้นทุนตั้งเครื่อง ผลิต หรือสั่งวัตถุดิบขั้นต่ำ
ตัวอย่าง:

  • MOQ 1,000 ตัว
  • MOQ 1 กล่อง
  • MOQ 10 กิโลกรัม
  • MOQ ตามรอบผลิต

ฝ่ายจัดซื้อควรถาม MOQ ตั้งแต่ตอนขอราคา เพื่อประเมินว่าสั่งซื้อได้ตามงบและปริมาณใช้งานจริงหรือไม่


4. Lead Time
Lead Time คือระยะเวลาที่ใช้ในการเตรียมสินค้า ผลิตสินค้า หรือนำเข้าสินค้าจนพร้อมส่ง
ตัวอย่าง:

  • สินค้ามีสต็อก: ส่งได้ภายในไม่กี่วัน
  • สินค้าต้องสั่งผลิต: ใช้เวลาตามรอบผลิต
  • สินค้าต้องชุบผิวเพิ่ม: ต้องเผื่อเวลางานชุบ
  • สินค้านำเข้า: ต้องเผื่อเวลาขนส่งและนำเข้า

ในการสั่งสกรูน็อตสำหรับงานผลิตหรือซ่อมบำรุง ควรตรวจสอบ Lead Time ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบแผนงานของโรงงาน


คำศัพท์สเปกสกรู น็อต และโบลท์
1. Fastener
Fastener หมายถึง อุปกรณ์ยึดติดหรือสลักภัณฑ์ เช่น

  • Screw
  • Bolt
  • Nut
  • Washer
  • Stud
  • Anchor
  • Rivet
  • Pin

ในงานอุตสาหกรรม คำว่า Fastener มักใช้เรียกรวมกลุ่มสินค้าสกรู น็อต โบลท์ และชิ้นส่วนยึดติดทั้งหมด


2. Screw
Screw คือสกรู ใช้สำหรับยึดชิ้นงาน โดยอาจใช้ร่วมกับรูเกลียว น็อต หรือยึดเข้ากับวัสดุบางประเภทโดยตรง ขึ้นอยู่กับชนิดของสกรู

ตัวอย่างสกรูที่พบบ่อย เช่น

  • สกรูมิล
  • สกรูปล่อย
  • สกรูหัวจม
  • สกรูหัวกระทะ
  • สกรูหัวจมหกเหลี่ยม
  • สกรูปลายสว่าน
  • สกรูปลายแหลม

ฝ่ายจัดซื้อควรระบุชนิดของสกรูให้ชัด เพราะคำว่า “สกรู” อย่างเดียวอาจกว้างเกินไป


3. Bolt
Bolt คือโบลท์ โดยทั่วไปมักใช้ร่วมกับน็อต หรือใช้ยึดผ่านรูของชิ้นงาน เช่น งานโครงสร้าง งานเครื่องจักร งานประกอบเหล็ก หรืองานฐานเพลท

ตัวอย่างโบลท์ที่พบบ่อย เช่น

  • Hex Bolt หรือโบลท์หัวหกเหลี่ยม
  • Carriage Bolt
  • Flange Bolt
  • U-Bolt
  • Eye Bolt

เวลาแจ้งสเปกโบลท์ ควรระบุขนาดเกลียว ความยาว เกรด วัสดุ และผิวชุบให้ครบ


4. Nut
Nut คือน็อต ใช้คู่กับสกรูหรือโบลท์ที่มีเกลียวตรงกัน
ตัวอย่างน็อตที่พบบ่อย เช่น

  • Hex Nut หรือน็อตหกเหลี่ยม
  • Lock Nut หรือน็อตล็อค
  • Flange Nut
  • Cap Nut
  • Wing Nut

จุดสำคัญคือ น็อตต้องมีขนาดเกลียวและพิทช์ตรงกับสกรูหรือโบลท์ที่นำมาใช้คู่กัน


5. Washer
Washer คือแหวนรอง ใช้รองระหว่างหัวสกรู น็อต หรือโบลท์กับพื้นผิวชิ้นงาน เพื่อช่วยกระจายแรงกด ลดการกดทับผิวงาน และช่วยให้การประกอบแน่นขึ้นตามลักษณะงาน

ตัวอย่างแหวนที่พบบ่อย เช่น

  • Flat Washer หรือแหวนรองแบน
  • Spring Washer หรือแหวนสปริง
  • Lock Washer หรือแหวนล็อค

ฝ่ายจัดซื้อควรระบุขนาดแหวน วัสดุ ความหนา และผิวชุบให้ตรงกับงานที่ใช้


6. Stud
Stud หรือสตัด คือชิ้นงานลักษณะเป็นแท่งเกลียว อาจเป็นเกลียวตลอดทั้งแท่ง หรือมีเกลียวเฉพาะบางช่วง

ตัวอย่างที่พบบ่อย เช่น

  • สตัดเกลียวตลอด
  • สตัดเกลียวสองข้าง
  • สตัดแองเคอร์
  • Stud Bolt

ข้อมูลสำคัญในการสั่งสตัดคือ ขนาดเกลียว ความยาว วัสดุ เกรด และผิวชุบ


คำศัพท์เรื่องขนาดและเกลียว
1. Thread
Thread หมายถึง เกลียวของสกรู โบลท์ หรือน็อต เป็นส่วนที่ใช้ขันยึดเข้าด้วยกัน
เวลาเลือกสินค้า ต้องดูว่าเป็นเกลียวระบบไหน เช่น

  • เกลียวมิล
  • เกลียวนิ้ว
  • เกลียวหยาบ
  • เกลียวละเอียด

หากเกลียวไม่ตรงกัน จะขันเข้ากันไม่ได้ หรืออาจทำให้เกลียวเสียหาย


2. Metric Thread
Metric Thread คือเกลียวระบบเมตริก ใช้หน่วยมิลลิเมตร มักเขียนขึ้นต้นด้วยตัว M
ตัวอย่าง:

  • M6
  • M8
  • M10
  • M12
  • M8 x 1.25

เช่น M8 x 1.25 หมายถึง ขนาดเกลียว M8 และพิทช์ 1.25 มม.


3. Inch Thread
Inch Thread คือเกลียวระบบนิ้ว ใช้หน่วยนิ้ว มักพบในมาตรฐาน เช่น UNC, UNF หรือ BSW
ตัวอย่าง:

  • 1/4”-20 UNC
  • 3/8”-16 UNC
  • 3/8”-24 UNF

ตัวเลขด้านหลัง เช่น 20 หรือ 24 หมายถึงจำนวนเกลียวต่อนิ้ว หรือ TPI
ฝ่ายจัดซื้อควรระวังไม่ให้สับสนระหว่างเกลียวมิลกับเกลียวนิ้ว เพราะขนาดใกล้เคียงกันบางตัวอาจดูคล้ายกัน แต่ใช้งานแทนกันไม่ได้


4. Pitch
Pitch คือระยะห่างระหว่างยอดเกลียวหนึ่งไปยังยอดเกลียวถัดไป ในระบบเมตริกจะระบุเป็นมิลลิเมตร
ตัวอย่าง:

  • M8 x 1.25
  • M10 x 1.5
  • M12 x 1.75

สกรูหรือน็อตขนาด M เท่ากัน อาจมีพิทช์ไม่เหมือนกัน จึงควรระบุพิทช์ทุกครั้ง โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้กับชิ้นงานเดิมหรือรูเกลียวเดิม


5. TPI
TPI ย่อมาจาก Threads Per Inch หมายถึงจำนวนเกลียวต่อนิ้ว ใช้กับเกลียวระบบนิ้ว
ตัวอย่าง:
1/4”-20 UNC หมายถึง ขนาด 1/4 นิ้ว มี 20 เกลียวต่อนิ้ว ถ้า TPI ไม่ตรงกัน สกรูและน็อตจะใช้งานร่วมกันไม่ได้


6. Diameter
Diameter คือเส้นผ่านศูนย์กลางของสกรูหรือโบลท์ โดยทั่วไปมักหมายถึงขนาดเกลียวภายนอก
ตัวอย่าง:

  • M6 ประมาณ 6 มม.
  • M8 ประมาณ 8 มม.
  • M10 ประมาณ 10 มม.

ในการสั่งซื้อ ควรวัดด้วยเวอร์เนียร์หรืออ้างอิงจาก Drawing เพื่อให้ได้ขนาดที่แม่นยำ


7. Length
Length คือความยาวของสกรูหรือโบลท์
จุดที่ต้องระวังคือสกรูแต่ละหัวมีวิธีวัดความยาวไม่เหมือนกัน เช่น

  • หัวหกเหลี่ยม หัวกระทะ หัวกลม วัดจากใต้หัวถึงปลาย
  • หัวจม วัดรวมตั้งแต่ด้านบนหัวถึงปลาย
  • สตัดเกลียวตลอด วัดความยาวรวมทั้งแท่ง

การวัดผิดจุดอาจทำให้สั่งสินค้าได้ความยาวไม่ตรงกับการใช้งานจริง


คำศัพท์เรื่องหัวสกรูและลักษณะการขัน
1. Head Type
Head Type คือรูปแบบหัวของสกรูหรือโบลท์ เช่น

  • Hex Head หัวหกเหลี่ยม
  • Socket Head หัวจมหกเหลี่ยม
  • Pan Head หัวกระทะ
  • Flat Head / Countersunk Head หัวจม
  • Button Head หัวกลมเตี้ย
  • Flange Head หัวมีบ่า

รูปแบบหัวมีผลต่อพื้นที่ติดตั้ง เครื่องมือที่ใช้ขัน และลักษณะการรับแรงของงาน


2. Drive Type
คือรูปแบบร่องหรือช่องสำหรับขัน เช่น

  • Phillips หรือหัวแฉก
  • Slotted หรือหัวผ่า
  • Hex Socket หรือรูหกเหลี่ยม
  • Torx หรือดาว
  • Square หรือสี่เหลี่ยม

การระบุ Drive Type ช่วยให้เลือกเครื่องมือขันได้ถูก และลดปัญหาหัวรูดหรือขันไม่ได้หน้างาน


3. Full Thread
หมายถึง เกลียวตลอดทั้งตัว หรือเกลียวเกือบตลอดความยาวของสกรู/โบลท์
เหมาะกับงานที่ต้องการให้เกลียวกินระยะยาว หรือใช้ปรับตำแหน่งการขันตามความหนาของชิ้นงาน


4. Partial Thread
หมายถึง เกลียวครึ่ง หรือมีเกลียวเฉพาะบางช่วง โดยอีกช่วงเป็นก้านเรียบ
มักใช้ในงานที่ต้องการให้ก้านเรียบช่วยรับแรงเฉือน หรือช่วยจัดตำแหน่งชิ้นงาน ขึ้นอยู่กับแบบและลักษณะการประกอบ


คำศัพท์เรื่องวัสดุ เกรด และผิวชุบ
1. Material
Material คือวัสดุที่ใช้ผลิตสกรู น็อต หรือโบลท์ เช่น

  • Carbon Steel เหล็กคาร์บอน
  • Alloy Steel เหล็กอัลลอย
  • Stainless Steel สแตนเลส
  • Brass ทองเหลือง
  • Aluminum อะลูมิเนียม

วัสดุมีผลต่อความแข็งแรง ความทนสนิม น้ำหนัก และต้นทุนสินค้า


2. Grade / Property Class
Grade หรือ Property Class คือเกรดความแข็งแรงของสกรูหรือโบลท์
ตัวอย่างเกรดที่พบได้บ่อย เช่น

  • 4.8
  • 8.8
  • 10.9
  • 12.9
  • A2-70
  • A4-70

เกรดสูงกว่าไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกงานเสมอไป ควรเลือกตาม Drawing, มาตรฐานงาน หรือคำแนะนำของวิศวกร


3. Stainless Steel
Stainless Steel คือสแตนเลส มีจุดเด่นเรื่องการทนสนิมมากกว่าเหล็กทั่วไป เหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาด งานชื้น หรืองานที่ต้องการความทนต่อการกัดกร่อนมากขึ้น
ตัวอย่างที่พบบ่อย:

  • SUS304
  • SUS316
  • A2
  • A4

โดยทั่วไป SUS316 หรือ A4 มักถูกเลือกใช้ในสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนมากกว่า SUS304 หรือ A2 เช่น พื้นที่ชื้นมาก หรือพื้นที่ใกล้ทะเล ทั้งนี้ควรตรวจสอบตามลักษณะงานจริงอีกครั้ง


4. Plating / Surface Finish
Plating หรือ Surface Finish คือผิวชุบหรือผิวสำเร็จของสินค้า มีผลต่อสีผิว ความทนสนิม และความเหมาะสมในการใช้งาน
ตัวอย่างผิวชุบที่พบบ่อย เช่น

  • Zinc Plated ชุบซิงค์
  • White Zinc ชุบขาว
  • Yellow Zinc ชุบรุ้ง
  • Black Oxide รมดำ
  • Hot Dip Galvanized ฮอตดิป
  • Nickel Plated ชุบนิกเกิล
  • Plain ไม่ชุบ

ฝ่ายจัดซื้อควรระบุผิวชุบให้ชัด เพราะสินค้าแบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน แต่ผิวชุบต่างกัน อาจมีต้นทุนและการใช้งานต่างกัน


คำศัพท์เรื่องมาตรฐานและแบบสินค้า
1. Standard
Standard คือมาตรฐานของสินค้า เช่น DIN, ISO, JIS, ASTM หรือ ANSI ซึ่งเป็นตัวช่วยกำหนดรายละเอียดของชิ้นงาน เช่น รูปทรง ขนาด ความแข็งแรง หรือเงื่อนไขทางเทคนิคบางอย่าง
ตัวอย่างการระบุสินค้า:

  • DIN 933
  • DIN 912
  • ISO 4017
  • JIS B1180

ในการสั่งซื้อสินค้าสำหรับโรงงาน ควรแจ้งมาตรฐานตาม Drawing หรือเอกสารเดิม เพื่อให้ได้สินค้าที่ใกล้เคียงกับสเปกที่ต้องการมากที่สุด


2. Drawing
Drawing คือแบบเขียนทางเทคนิคของสินค้า ใช้ระบุขนาด รูปทรง เกลียว วัสดุ เกรด ผิวชุบ และค่าความคลาดเคลื่อน
สำหรับงานสั่งผลิตพิเศษ Drawing เป็นข้อมูลสำคัญมาก เพราะช่วยให้ผู้ขายประเมินราคาและตรวจสอบความเป็นไปได้ในการผลิตได้แม่นยำขึ้น


3. Sample
Sample คือตัวอย่างชิ้นงานจริง ใช้สำหรับเทียบขนาด รูปทรง วัสดุ หรือการใช้งานเดิม
ในกรณีที่ไม่มี Drawing การส่ง Sample จะช่วยให้ร้านตรวจสอบสินค้าได้ละเอียดกว่าการดูจากรูปถ่ายเพียงอย่างเดียว


4. Tolerance
Tolerance คือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของชิ้นงาน เช่น ความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง หรือขนาดบางจุดที่ต้องการความแม่นยำ

งานทั่วไปอาจไม่ต้องระบุ Tolerance ละเอียดมาก แต่สำหรับงานเครื่องจักร งานแม่พิมพ์ หรืองานประกอบที่ต้องการความแม่นยำ ควรแจ้ง Tolerance ตาม Drawing ให้ชัดเจน


คำศัพท์เรื่องการจัดส่งและบรรจุภัณฑ์
1. Packing
Packing คือรูปแบบการบรรจุสินค้า เช่น ใส่ถุง ใส่กล่อง ใส่ลัง แพ็กแยกไซซ์ หรือแพ็กตามจำนวนต่อถุง
สำหรับงานโรงงานหรือสินค้าหลายรายการ ควรแจ้งความต้องการเรื่อง Packing ให้ชัด เช่น

  • แยกไซซ์
  • แยกล็อต
  • ติดสติ๊กเกอร์ชื่อสินค้า
  • แพ็ก 100 ตัวต่อถุง
  • แพ็กตาม PO

การแพ็กที่ดีช่วยลดความสับสนตอนรับสินค้าและตรวจนับสต็อก


2. Lot
Lot หมายถึงล็อตการผลิตหรือล็อตสินค้า ใช้สำหรับอ้างอิงการผลิต การจัดส่ง หรือการตรวจสอบย้อนหลัง
ในงานอุตสาหกรรม บางบริษัทอาจต้องการให้ระบุ Lot เพื่อใช้ติดตามคุณภาพสินค้า


3. Certificate / Cert
Certificate หรือ Cert คือเอกสารรับรอง เช่น ใบรับรองวัสดุ ใบรับรองผลทดสอบ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพสินค้า
ไม่ใช่สินค้าทุกรายการจะมี Cert ให้เสมอไป จึงควรแจ้งตั้งแต่ขั้นตอนขอราคา หากงานนั้นจำเป็นต้องใช้เอกสารรับรอง


ข้อผิดพลาดที่ฝ่ายจัดซื้อมักเจอ
1. แจ้งแค่ชื่อสินค้า แต่ไม่แจ้งสเปก
เช่น แจ้งว่า “ต้องการโบลท์ M10” แต่ไม่ได้ระบุความยาว เกรด ผิวชุบ หรือจำนวน ทำให้ยังเสนอราคาได้ไม่ครบ

2. ไม่ระบุพิทช์เกลียว
ขนาด M เท่ากัน อาจมีพิทช์ต่างกัน หากพิทช์ผิด สินค้าอาจใช้กับน็อตหรือรูเกลียวเดิมไม่ได้

3. สับสนระหว่างเกลียวมิลกับเกลียวนิ้ว
บางขนาดอาจดูใกล้เคียงกัน แต่ใช้งานแทนกันไม่ได้เสมอไป ควรตรวจสอบจาก Drawing, Sample หรือเครื่องมือวัดให้ชัดเจน

4. ไม่ระบุเกรดหรือวัสดุ
สินค้าแบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน แต่ต่างวัสดุหรือต่างเกรด อาจมีความแข็งแรง ราคา และการใช้งานต่างกันมาก

5. ไม่ถาม Lead Time ก่อนออก PO
บางรายการอาจไม่มีสต็อก ต้องผลิต ชุบผิว หรือนำเข้า ควรถามระยะเวลาพร้อมส่งก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ


สรุป
ฝ่ายจัดซื้อที่ต้องสั่งสกรู น็อต โบลท์ หรือสลักภัณฑ์สำหรับโรงงาน ควรเข้าใจคำศัพท์สำคัญ เช่น RFQ, PO, MOQ, Lead Time, Thread, Pitch, TPI, Grade, Material, Plating, Drawing, Sample และ Tolerance เพราะคำเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อการขอราคา การเลือกสินค้า และความถูกต้องของสเปก

ยิ่งแจ้งข้อมูลครบตั้งแต่แรก ยิ่งช่วยให้ซัพพลายเออร์เสนอราคาได้เร็วขึ้น ลดโอกาสสั่งสินค้าผิด และช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อประสานงานกับฝ่ายช่างหรือฝ่ายผลิตได้ง่ายขึ้น

S.R.R. Fastener จำหน่ายสกรู น็อต โบลท์ แหวนรอง สตัด พุก และสลักภัณฑ์หลากหลายประเภท สำหรับงานทั่วไป งานโรงงาน งานเครื่องจักร และงานอุตสาหกรรม พร้อมช่วยตรวจสอบสเปกจาก Drawing หรือ Sample เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ตรงกับการใช้งานจริง


ปกบทความเว็บไซต์.png
SRRFAST
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีวัดขนาดสกรู น็อต และโบลท์ เข้าใจง่าย วัดให้ถูก สั่งซื้อได้ตรงสเปก
การสั่งซื้อ สกรู น็อต และโบลท์ ให้ตรงสเปก ไม่ได้ดูแค่หน้าตาของสินค้าเท่านั้น แต่ต้องรู้วิธีวัดขนาดให้ถูกต้องด้วย เพราะสินค้าที่ดูคล้ายกัน อาจมีขนาดเกลียว ความยาว หรือพิทช์เกลียวที่ต่างกัน หากวัดผิดหรือแจ้งสเปกไม่ครบ อาจทำให้สินค้าใช้งานร่วมกันไม่ได้
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
18 ส.ค. 2026
 พุก 8 ประเภทนิยมใช้ มีอะไรบ้าง?
หลายคนอาจะมองว่าพุกก็คือพุก แต่ความจริงแล้ว พุกมีหลายประเภทให้เลือกใ้ช้ตามลักษณะของพื้ผิว วัสดุ และน้ำหนักที่ต้องรับ หากเลือกผิด พุกอาจะหลุด หลวม หรือทำให้ชิ้นงานเสียหายได้
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
18 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy