เกรดสกรู 4.8, 8.8, 10.9, 12.9 คืออะไร ต่างกันอย่าง?

ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
อัพเดทล่าสุด: 2 ก.ค. 2026
236 ผู้เข้าชม
เกรดสกรู 4.8, 8.8, 10.9, 12.9
คืออะไร ต่างกันอย่างไร
 
เวลาซื้อสกรูหรือโบลท์ หลายคนอาจสังเกตเห็นตัวเลขบนหัวสกรู เช่น 4.8, 8.8, 10.9 หรือ 12.9 แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร

จริง ๆ แล้วตัวเลขเหล่านี้คือ เกรดความแข็งแรงของสกรู หรือที่เรียกว่า Property Class ซึ่งใช้บอกคุณสมบัติด้านแรงดึงและแรงครากของสกรู โดยเฉพาะสกรูและโบลท์ระบบเมตริกที่ใช้ในงานเครื่องจักร งานโครงสร้าง งานประกอบ และงานอุตสาหกรรม

การเลือกเกรดสกรูให้เหมาะกับงานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสกรูแต่ละเกรดรับแรงได้ไม่เท่ากัน หากเลือกเกรดต่ำเกินไป อาจทำให้สกรูยืด ขาด หรือเสียหายระหว่างใช้งานได้ แต่ถ้าเลือกเกรดสูงเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

เกรดสกรูคืออะไร?
เกรดสกรู คือค่าที่ใช้บอกความสามารถในการรับแรงของสกรู โดยทั่วไปจะอ้างอิงจากตัวเลขที่ประทับอยู่บนหัวสกรู เช่น
  • 4.8
  • 8.8
  • 10.9
  • 12.9
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่รหัสสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกลของสกรู เช่น
  • ความต้านทานแรงดึง
  • ความสามารถในการรับแรงก่อนเสียรูปถาวร
  • ความเหมาะสมกับงานเบา งานทั่วไป หรืองานรับแรงสูง

ตัวเลข 4.8, 8.8, 10.9, 12.9 อ่านอย่างไร?
ตัวเลขเกรดสกรูจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ตัวเลขหน้า และ ตัวเลขหลังจุด ยกตัวอย่างเช่น 8.8

  • เลขตัวหน้า 8 หมายถึงค่าความต้านทานแรงดึงโดยประมาณ 800 MPa
  • เลขตัวหลัง 8 หมายถึงอัตราส่วนของแรงครากประมาณ 80% ของแรงดึง
  • ดังนั้น สกรูเกรด 8.8 จะมีค่าแรงครากโดยประมาณ 640 MPa

เลขตัวหน้ายิ่งสูง สกรูยิ่งรับแรงดึงได้มาก และ เลขตัวหลังยิ่งสูง สกรูยิ่งทนต่อการเสียรูปถาวรได้มากขึ้น


ตารางเปรียบเทียบเกรดสกรู 4.8, 8.8, 10.9 และ 12.9

เกรดสกรู
แรงดึงโดยประมาณ
แรงครากโดยประมาณ
ลักษณะการใช้งาน
4.8
400 MPa
320 MPa
งานทั่วไป งานเบา งานที่ไม่รับแรงมาก
8.8
800 MPa
640 MPa
งานเครื่องจักร งานโครงสร้าง งานอุตสาหกรรมทั่วไป
10.9
1,000 MPa
900 MPa
งานรับแรงสูง งานยานยนต์ งานเครื่องจักรหนัก
12.9
1,200 MPa
1,080 MPa
งานรับแรงสูงมาก งานแม่พิมพ์ งานเครื่องจักรเฉพาะทาง
หมายเหตุ: ค่าดังกล่าวเป็นค่าตามหลักการเรียกเกรดโดยประมาณ การใช้งานจริงควรพิจารณาร่วมกับขนาดสกรู วัสดุ มาตรฐาน การชุบผิว และสภาพแวดล้อมของงาน
 

1. สกรูเกรด 4.8 คืออะไร?
สกรูเกรด 4.8 เป็นสกรูเหล็กเกรดทั่วไป เหมาะกับงานที่ไม่ต้องรับแรงสูงมาก เช่น งานติดตั้งทั่วไป งานประกอบเบา งานเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้างเบา หรืองานที่ไม่ได้มีแรงสั่นสะเทือนสูง

จุดเด่นของสกรูเกรด 4.8 คือใช้งานง่าย ราคาประหยัด และเพียงพอสำหรับงานทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ

เหมาะกับงานแบบไหน?
  • งานติดตั้งทั่วไป
  • งานประกอบชิ้นส่วนเบา
  • งานเฟอร์นิเจอร์
  • งานยึดอุปกรณ์ที่ไม่รับแรงมาก
  • งานที่เน้นความประหยัด
ข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้สกรูเกรด 4.8 กับงานที่ต้องรับแรงสูง งานเครื่องจักรหนัก หรือจุดที่มีแรงดึงและแรงสั่นสะเทือนมาก เพราะอาจทำให้สกรูยืดหรือขาดได้ง่ายกว่าเกรดสูง

2. สกรูเกรด 8.8 คืออะไร?
สกรูเกรด 8.8 เป็นหนึ่งในเกรดที่นิยมใช้มากในงานอุตสาหกรรม เพราะมีความแข็งแรงสูงกว่าสกรูทั่วไป และเหมาะกับงานเครื่องจักร งานโครงสร้าง งานประกอบเหล็ก งานโรงงาน และงานที่ต้องการความมั่นคงมากขึ้น

สกรูเกรด 8.8 มักถูกเรียกว่า High Tensile Bolt ในงานทั่วไป เพราะมีความสามารถในการรับแรงดึงและแรงยึดได้ดีกว่าเกรด 4.8

เหมาะกับงานแบบไหน?
  • งานเครื่องจักรทั่วไป
  • งานโครงสร้างเหล็กบางประเภท
  • งานประกอบชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
  • งานซ่อมบำรุงโรงงาน
  • งานที่ต้องการแรงยึดมากกว่าสกรูทั่วไป
ข้อควรระวัง
แม้เกรด 8.8 จะแข็งแรงกว่าสกรูทั่วไป แต่ยังต้องเลือกขนาด ความยาว เกลียว และการชุบผิวให้เหมาะกับงาน หากใช้งานกลางแจ้งหรือพื้นที่ชื้น ควรพิจารณาเรื่องการป้องกันสนิมร่วมด้วย

3. สกรูเกรด 10.9 คืออะไร?
สกรูเกรด 10.9 เป็นสกรูเกรดสูงที่รับแรงได้มากกว่าเกรด 8.8 เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงขึ้น เช่น งานยานยนต์ งานเครื่องจักรหนัก งานชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงดึงสูง หรือจุดยึดที่มีแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน

สกรูเกรดนี้มักใช้ในงานที่ต้องการความมั่นใจด้านความแข็งแรง แต่ยังต้องติดตั้งอย่างถูกวิธี เช่น ขันด้วยแรงบิดที่เหมาะสม และใช้ร่วมกับน็อตหรือแหวนรองที่เข้ากันได้

เหมาะกับงานแบบไหน?
  • งานยานยนต์
  • งานเครื่องจักรหนัก
  • งานที่มีแรงดึงสูง
  • งานที่มีแรงสั่นสะเทือน
  • งานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแข็งแรงสูง
ข้อควรระวัง
ไม่ควรเลือกใช้เกรด 10.9 เพียงเพราะคิดว่า “แข็งแรงกว่าเสมอ” เพราะงานบางประเภทอาจไม่ได้ต้องการเกรดสูงขนาดนี้ และควรตรวจสอบว่าวัสดุชิ้นงาน น็อต แหวนรอง และแรงขันเหมาะสมกับเกรดสกรูหรือไม่

4. สกรูเกรด 12.9 คืออะไร?
สกรูเกรด 12.9 เป็นสกรูเกรดสูงมาก นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ เช่น งานแม่พิมพ์ งานเครื่องจักรเฉพาะทาง งานชิ้นส่วนที่รับแรงสูง และงานที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่แต่ต้องการแรงยึดมาก

สกรูเกรด 12.9 มักพบในกลุ่มสกรูหัวจม สกรูหัวจมหกเหลี่ยม หรือสกรูที่ใช้ในงานเครื่องจักรและงานประกอบที่ต้องการความแม่นยำ

เหมาะกับงานแบบไหน?
  • งานแม่พิมพ์
  • งานเครื่องจักรเฉพาะทาง
  • งานที่ต้องการแรงยึดสูงมาก
  • งานที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัด
  • งานที่ต้องการความแม่นยำสูง
ข้อควรระวัง
สกรูเกรด 12.9 มีความแข็งแรงสูง แต่การใช้งานต้องระวังเรื่องแรงขัน การเลือกน็อตหรือชิ้นส่วนประกอบ และสภาพแวดล้อม เพราะสกรูเกรดสูงไม่ได้แปลว่าทนสนิมได้ดีกว่าเสมอไป หากใช้งานในพื้นที่ชื้นหรือกลางแจ้ง ต้องเลือกการชุบผิวหรือวัสดุให้เหมาะสม

เกรดสูงกว่าไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกงาน
หลายคนอาจคิดว่ายิ่งเลือกสกรูเกรดสูง ยิ่งดีเสมอ แต่จริง ๆ แล้วการเลือกสกรูควรดูจากลักษณะงานเป็นหลัก

เช่น งานติดตั้งทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้เกรด 12.9 เพราะต้นทุนสูงกว่า และอาจเกินความจำเป็น ในขณะที่งานเครื่องจักรหรือจุดที่ต้องรับแรงสูง หากใช้เกรดต่ำเกินไป ก็อาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น การเลือกสกรูควรดูหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
  • น้ำหนักหรือแรงที่ต้องรับ
  • ขนาดและความยาวของสกรู
  • ระบบเกลียว
  • วัสดุของชิ้นงาน
  • สภาพแวดล้อม เช่น ในร่ม กลางแจ้ง หรือพื้นที่ชื้น
  • การชุบผิวหรือวัสดุป้องกันสนิม
  • แรงขันที่เหมาะสม
สกรูเกรดสูงทนสนิมกว่าหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไปครับ เกรดสกรู เช่น 8.8, 10.9 หรือ 12.9 เป็นตัวเลขที่บอกเรื่องความแข็งแรงทางกลเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าสกรูจะทนสนิมได้ดีกว่าโดยอัตโนมัติ

เรื่องการทนสนิมขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น
  • วัสดุของสกรู
  • การชุบผิว เช่น ชุบซิงค์ รมดำ หรือฮอตดิปกัลวาไนซ์
  • การเคลือบผิว
  • สภาพแวดล้อมการใช้งาน
  • การเก็บรักษา
ดังนั้น หากใช้งานกลางแจ้ง พื้นที่ชื้น หรือใกล้ทะเล ควรเลือกทั้ง “เกรดความแข็งแรง” และ “การป้องกันสนิม” ให้เหมาะสมกับงาน

ก่อนเลือกซื้อสกรู ควรดูอะไรบ้าง?
ก่อนสั่งซื้อสกรู ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญดังนี้
  1. ต้องการสกรูเกรดอะไร เช่น 4.8, 8.8, 10.9 หรือ 12.9
  2. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและความยาวเท่าไร
  3. ใช้เกลียวมิลหรือเกลียวหุน
  4. ต้องการหัวสกรูแบบไหน เช่น หัวหกเหลี่ยม หัวจม หรือหัวกระดุม
  5. ใช้งานในร่ม กลางแจ้ง หรือพื้นที่ชื้น
  6. ต้องการการชุบผิวแบบใด
  7. ใช้ร่วมกับน็อตและแหวนรองประเภทไหน
การเช็กข้อมูลเหล่านี้ก่อนสั่งซื้อ จะช่วยลดโอกาสซื้อผิด ลดเวลาหน้างาน และช่วยให้สกรูใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์มากขึ้น

สรุป
เกรดสกรู 4.8, 8.8, 10.9 และ 12.9 เป็นตัวเลขที่ใช้บอกความแข็งแรงของสกรู โดยเกรด 4.8 เหมาะกับงานทั่วไป, เกรด 8.8 เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและเครื่องจักรทั่วไป, เกรด 10.9 เหมาะกับงานรับแรงสูง และเกรด 12.9 เหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงมาก

อย่างไรก็ตาม การเลือกสกรูไม่ควรดูเฉพาะเกรดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาร่วมกับขนาด เกลียว วัสดุ การชุบผิว สภาพแวดล้อม และลักษณะงาน เพื่อให้ได้สินค้าที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อการใช้งาน

SRR Fastener จำหน่ายสกรู น็อต แหวนรอง และสลักภัณฑ์หลากหลายประเภท
สำหรับงานช่าง งานโรงงาน งานเครื่องจักร และงานอุตสาหกรรม หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกสกรูเกรดใด สามารถสอบถามเพื่อช่วยเทียบขนาดและแนะนำสินค้าให้เหมาะกับงานได้ครับ
Tel : 02-406-0780
Fax : 02-406-0781 ต่อ 2
Line OA : @srrfastener (มี@)
Email : srrfastener@gmail.com
Tiktok : srr.fastener.official

ปกบทความเว็บไซต์.png
SRRFAST
บทความที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐานหลัก ๆ ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมสกรู
มาตรฐานหลัก ๆ ที่ใช้กันในอุตสาหกรรมสกรู
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
10 มิ.ย. 2026
สกรูสแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร
สกรูและน็อตสแตนเลสเป็นสินค้าที่นิยมใช้ในงานที่ต้องการความทนทานต่อสนิม ความสะอาด และภาพลักษณ์ที่ดูเรียบร้อย โดยเฉพาะงานติดตั้ง งานเครื่องจักร งานอาหาร งานเคมี งานกลางแจ้ง และงานที่ต้องเจอกับความชื้น
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
15 ก.ค. 2026
ชุบซิงค์ขาว ซิงค์รุ้ง รมดำ และฮอตดิป ต่างกันอย่างไร
การชุบผิวไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการใช้งาน เช่น ช่วยชะลอการเกิดสนิม เพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม หรือช่วยให้เหมาะกับงานเฉพาะประเภทมากขึ้น
ปกบทความเว็บไซต์.png SRRFAST
22 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy